รอยเท้า “ไดโนเสาร์” ร่องรอยดึกดำบรรพ์ บนแผ่นดินอีสาน

0
1689

น่าตื่นเต้นมากเมื่อได้มองย้อนดูวิวัฒนการของโลก.. ในยุคที่ “ไดโนเสาร์” ครองโลก แทบทุกพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินล้วนแล้วแต่มีไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันสารพัดเหล่าได้โนเสาร์เดินกันให้เกลื่อนบนพื้นโลก

ในเวลาร่วมสมัยกับไดโนเสาร์.. ในน้ำก็มีสัตว์ที่ร่วมยุคอยู่มากมาย เช่น จระเข้, เต่า, ปลา ฯลฯ บนฟ้าก็มีบรรดานกต่างๆในยุคนั้งทั้งไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมสมัยจึงดำรงอยู่ทั้งสามมิติ..ดิน น้ำ ฟ้า เหมือนโลกปัจจุบัน
ไดโนเสาร์อุบัติขึ้นบนโลกในช่วงปลายยุคไทเอซิก ราว 225 ล้านปีก่อน และพัฒนาการหลากสายพันธุ์ หลายรูปร่างเรียกได้ว่าเป็น “ยุคไดโนเสาร์ครองโลก” ซึ่งยุคนั้นแผ่นดินเปลือกโลกยังต่อกันเป้นผืนเดียว ไดโนเสาร์จึงเดินทางไปได้ทั่ว

แต่เมื่อเข้าปลายยุคครีเทเชียส หรือราว 65 ล้านปีก่อนไดโนเสาร์ก็สูญพันธุ์ไปจากโลกเอาดื้อๆ แบบที่ไม่หลงเหลือแม้แต่ชนิดเดียว เมื่อไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป 60 ล้านปี เชื้อพันธุ์ของมนุษย์จึงได้อุบัติขึ้นมาบนโลกเมื่อ 5 ล้านปีก่อน ซึ่งยังไม่ใช่มนุษย์ปัจจุบัน (มนุษย์ปัจจุบัน เพิ่มมีวิวัฒนาการเมื่อราว 2 แสนปีนี่เอง)

ย้อนเวลาไปยุคที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ทั่วแผ่นดิน สภาพแวดล้อมก็มีดิน มีน้ำ มีภูเขาไฟ แต่เมื่อถึงตอนที่ไดโนเสาร์ตาย ส่วนที่เน่าเปื่อยก้เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ แต่ส่วนที่เป็นกระดูก เป็นเกล็ดซึ่งมีโครงสร้างแข็งจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อสารละลายแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างเหล่านั้นแล้วถูกตะกอนทับถมอัดทับกลายเป็นชั้นหินตะกอน

ส่วน “รอยเท้า”.. เมื่อไดโนเสาร์หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ เดินย่ำไปบนพื้นดินที่อ่อนนุ่ม เช่น ริมน้ำ รอยเท้าจะปรากฏขึ้น เมื่อดินเริ่มแห้ง รอยเท้าเหล่านั้นจะแข็งกว่าส่วนอื่น เมื่อน้ำพัดพาเอาตะกอนมาทับถมลงไปในรอยเท้า ตะกอนดินทรายที่พัดพามาตามทางน้ำโบราณที่กว้างใหญ่เมื่อทับถมกันเป็นแสนเป็นล้านๆปี จะเกิดเป็นหินทราบ บวกกับการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เบียดชนกัน แผ่นดินส่วนหนึ่งจึงถูกยกตัวขึ้นกลายเป็นภูเขา

ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาตินับล้านปีทำให้รอยเท้า หรือบรรดาซากฟอสซิล ที่เคยถูกฝังในหินเกิดการแตก เมื่อถึงเวลาที่หินตะกอนเหล่านั้นสึกกร่อน จึงเผยให้เห็น “ฟอสซิลของสิ่งมีชีวิต” ที่ซ่อนตัวอยู่ในหินเหล่านั้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่า อีสาน แผ่นดินที่ก่อตัวเป็นที่ราบสูงภาคอีสานเคยเป็นแผ่นดินร่วมยุคสมัยกับไดโนเสาร์ การพบเจอฟอสซิลของไดโนเสาร์หรือแม้กระทั่งรอยเท้าของไดโนเสาร์ จึงพบที่อีสานมากกว่าภูมิภาคอื่น

การค้นพบร่องรอยของชีวิตดึกดำบรรพ์ ถ้าเป็นในประเทศพัฒนาแล้วและมีองค์ความรู้ทางด้านบรรพชีวินค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อขุดค้นพบแหล่งฟอสซิล เขาจะชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมาก

สำหรับประเทศไทย ความน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นที่ภาคอีสานที่ขุดค้นพบซากฟอสซิลบรรพชีวินทั้งหลายเป็นจำนวนมาก และพบหลายแห่ง แต่ละแห่งล้วนทรงคุณค่าทั้งสิ้น

โดยเฉพาะแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นแหล่วพบรอยเท้าไดโนเสาร์มากที่สุดในประเทศไทย รวมกว่า 200 รอย!! มีทั้งรอยเท้าไดโนเสาร์กินพืชพวกซอโรพอด, อีกัวโนดอน หรือรอยเท้าไดโนเสาร์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ อย่าง ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ และ ออร์นิโธมิโมซอร์ที่ปรากฏรอยเท้าของพวกมันเดินกันขวักไขว่และชัดเจน

อีกแห่งที่สุดยอดเช่นกัน.. ที่จงหวัดกาฬสินธุ์ ค้นพบซากบรรพชีวิตเยอะมาก โดยเฉพาะที่อำเภอสหัสชันธ์ ขุดพบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ประเภทกินพืชที่เกือบสมบูรณ์ทั้งตัว 100%!! ซึ่งไม่เคยพบที่ใดในประเทศไทยมาก่อน และยังพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก คือ ฟันของไดโนเสาร์ สายพันธุ์สยามโมซอรัส สุธีธรนี, กระดูกโคนหางของไดโนเสาร์ สายพันธุ์สิรินธรเน่รวมทั้งซากฟอสซิลอีกมากมาย ด้วยเหตุนี้ กรมทรัพยากรธรณี จึงสร้าง “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” (ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว) เพื่อจัดแสดงเรื่องทางธรณีและซากฟอสซิลต่างๆ โดยจัดแสดงได้อย่างน่าสนใจ เที่ยวชมได้เพลิดเพลิน

จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังค้นพบบ่อปลาโบราณอายุร่วม 150 ล้านปี อยู่ที่วนอุทยานภูน้ำจั้น อำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งเป็นปลาขนาดใหญ่โดยขุดค้นพบเป็นร้อยตัว แม้มีการขุดค้นไปบางส่วนแล้ว แต่นักธรณีวิทยายังเชื่อว่าในบ่อปลานี้ยังคงมีปลาโบราณและสัตว์น้ำที่เป็นฟอสซิลอีกหลายชนิด และจะมีการขุดค้นในโอกาสต่อไป

อีกแห่งที่น่าไปเที่ยวชม.. วนอุทยานภูแฝก อยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน มีรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ และเป็นร่องรอยที่ชัดเจนมากถึง 7 รอย

ส่วนที่ ภูน้อย อำเภอคำม่วง เป็นหลุมขุดค้นในปัจจุบันของกรมทรัพยากรธรณี ที่ขุดต่อเนื่องมาทุกปี ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของแผ่นดินกาฬสินธุ์เช่นกัน

ส่วนที่ อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ที่แรกในประเทศไทย โดยได้พบกระดูกสันหลัง, กระดูกสะโพก และกระดูกหางของไดโนเสาร์สายพันธุ์เทอร์โรพอดซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเดียวกับสายพันธุ์ทีเรกซ์ รวมทั้งมีสุสานหอยและหลุมขุดค้นอื่นๆ และรอยเท้าไดโนเสาร์ปรากฏอยู่บนลานหินนับสิบรอยอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของฟอสซิลต่างๆ ที่ขุดพบ และนำมาจัดแสดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางบรรชีวิน แต่ยังมีปรากฏการณืทางธรณีวิทยาอีกมากที่หากคุณได้ทรายรายละเอียจะพบว่าธรรมชาติในครั้งบรรพกาลของอีสานบ้านเรามีเสน่ห์อย่างมาก อาทิสะพานผีผ่าน ในอุทยานแห่งชาติภูพาน จังหวัดสกลนคร, ถ้ำผาเจาะและ หินช้างสี ในบริเวณเชื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

นาทีนี้สถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาพร้อมให้ทุกคนได้มาสัมผัสกันทุกเมื่อ แต่เหลือเพียงแค่การบอกต่อให้ผู้คนได้รับรู้แล้วมาตามรอยเส้นทางไดโนเสาร์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการเดินตามรอยเท้สสัตว์โบราณเท่านั้น แต่นี่จะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบใหม่ของเส้นทางการท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคต

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

 

1729 Total Views 1 Views Today

There is no ads to display, Please add some

Comments

comments