กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติฯอ่านแถลงการณ์ที่ขอนแก่นให้แก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้คนอีสานกำหนดอนาคตตนเอง ตร. – ทหาร คุมเข้ม หวั่นเหตุร้าย

0
298

กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติฯอ่านแถลงการณ์ที่ขอนแก่นให้แก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้คนอีสานกำหนดอนาคตตนเอง ตร. – ทหาร คุมเข้ม หวั่นเหตุร้าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 มี.ค. นายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ วงศ์ลา กลุ่มฮักเชียงคาน จ.เลย และสมาชิกในเครือข่ายภาคประชาสังคมแม่นน้ำโขง ภาคอีสาน ประมาณ 10 คน ได้มาแถลงการณ์ “แก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้ประชาชน อีสานกำหนดอนาคตของตนเอง” ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่ใกล้กับศาลหลักเมืองขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยมี พ.ต.ท.สุทัศน์ มีลุน สวป.สภ.เมืองขอนแก่น และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รปภ.เทศบาลนครขอนแก่น ประมาณ 20 คน มารักษาความสงบเรียบร้อย




แถลงการณ์ ระบุว่า ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เข้ามายึดอำนาจ เป็นเวลากว่า 5 ปี และมีแนวโน้มจะสืบทอดอำนาจต่อ พี่น้องอีสานบ้านเราถูกปิดปาก ถูกข่มขู่ข่มเหงไม่ให้ส่งเสียง ในขณะที่รัฐบาล คสช. สถาปนาให้นายทุนใช้การเมืองและนโยบายประชารัฐเป็นเครื่องมือ พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังในการแก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายนับร้อยๆ ฉบับ ผลิตแผนการและนโยบายจากศูนย์กลางอำนาจเพื่อเปิดทางเข้าช่วงชิงทรัพยากรของอีสานมาสนองความโลภของนายทุน

พวกเขาหมายมั่นปั้นมือจะสร้างฐานอำนาจและแสวงหาผลประโยชน์ระยะยาวจากฐานทรัพยากรทุกอย่างที่อีสานเรามี เพื่อสร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยเปิดทางให้นายทุนตั้งโรงงานน้ำตาล 29 โรงงาน พ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล และพ่วงด้วยอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีกหลายประเภทในอีสานทั้ง 13 จังหวัด แต่อุตสาหกรรมชีวภาพเป็นเพียงการหยั่งรากขั้นต้นของนายทุนรายใหญ่ไม่กี่รายที่จับมือกัน พวกเขาคิดการไกลกว่านั้น โดยตั้งเป้าหมายใหญ่ในการยึดป่าไม้ ขุดใช้แร่ธาตุ ปล้นชิงผืนดิน ปิดกั้นผันแม่น้ำ ทั้งหมดนี้อ้างว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผลประโยชน์ตกอยู่กับขั้วอำนาจของนายทุนภายใต้รัฐบาลทหาร โดยทิ้งให้พี่น้องอีสานทุกข์ทนอยู่กับความเดือดร้อน อยู่กับมลพิษและความเสื่อมทรามของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่นายทุนทิ้งไว้ไปชั่วลูกชั่วหลาน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่รัฐบาล คสช. และประชารัฐทำทุกวิถีทางที่จะสืบทอดอำนาจและคุกคามอีสานบ้านเราไปมากกว่านี้ พวกเราเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสานในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวอีสานขอประกาศว่า พวกเราจะหวงแหนปกป้องมรดกฐานทรัพยากร ถิ่นฐาน วิถีชีวิตของพวกเราให้ถึงลูกหลาน โดยพี่น้องเราจะต่อต้านการสืบอำนาจของ คสช. ต่อต้านระบอบประชารัฐนายทุนให้ถึงที่สุด ทั้งนี้พี่น้องเรายืนยันว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ตัดบทบัญญัติ มาตรา 67 วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญฯ 2550 ที่รับรองสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

ในแถลงการณ์ระบุต่อว่า จากนี้ไปพืชเชิงเดี่ยว-อ้อย กำลังจะแทนที่นาข้าวและป่าหัวไร่ปลายนาอีกไม่น้อยกว่า 10 ล้านไร่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เหมืองแร่ การบุกยึดที่ดินป่าไม้ สปก. การจัดหาน้ำจากโครงการโขง-เลย-ชี-มูล และเขื่อนเพื่ออุตสาหกรรม การจัดหาพลังงาน-ไฟฟ้าเพื่อให้นายทุนใช้และขาย ทั้งหมดนี้ถูกบรรจุอยู่ใน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในรูปแบบ “ประชารัฐ” ซึ่งหน่วยงานราชการทุกหน่วยต้องปฏิบัติตาม นโยบายของพรรคการเมือง รวมถึงการจัดทำงบประมาณที่มาจากเงินภาษีของเราก็ต้องอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อรับใช้นายทุนด้วย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่รัฐบาล คสช. และประชารัฐทำทุกวิถีทางที่จะสืบทอดอำนาจและคุกคามอีสานบ้านเราไปมากกว่านี้

พวกเราเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสานในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวอีสานขอประกาศว่า พวกเราจะหวงแหนปกป้องมรดกฐานทรัพยากร ถิ่นฐาน วิถีชีวิตของพวกเราให้ถึงลูกหลาน โดยพี่น้องเราจะต่อต้านการสืบอำนาจของ คสช. ต่อต้านระบอบประชารัฐนายทุนให้ถึงที่สุด

โดยใช้เวลาอ่านแถลงการณ์จุดยืนของพี่น้องประชาชนเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีสานกับสื่อมวลชนประมาณ 10 นาที เสร็จสิ้นท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ทุกคนได้แยกย้ายกลับบ้านของตน ทำให้เหตุการณ์กลับคืนสู่สภาพปกติ ต่อไป.

ก่อสิทธิ์ กองงโฉม / รายงาน

299 Total Views 1 Views Today

There is no ads to display, Please add some

Comments

comments